<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>SRU Intellectual Repository</title>
    <link>http://172.18.9.24:80</link>
    <description>The DSpace digital repository system captures, stores, indexes, preserves, and distributes digital research material.</description>
    <pubDate>Thu, 12 Mar 2026 23:06:45 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-03-12T23:06:45Z</dc:date>
    <item>
      <title>การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตรัง กระบี่</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1168</link>
      <description>Title: การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตรัง กระบี่
Authors: พรวรินทร์ ชดช้อย
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นวางแผน ขั้นลงมือปฏิบัติ ขั้นสังเกต และขั้นสะท้อนผล โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้ร่วมเรียนรู้ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ จำนวน 3 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบนิเทศการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และเรียบเรียงในเชิงพรรณนาวิเคราะห์ โดยมีสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน&#xD;
        ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ดังนี้ ครูผู้ร่วมเรียนรู้สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยมีผลการประเมินกิจกรรม การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีการจัดการตนเอง ตรวจสอบตนเองและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง ค่าเฉลี่ย 5.00 ระดับคุณภาพดีมาก มีการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง ผู้เรียนสามารถจัดการตนเองและตรวจสอบการทำงานของตนเองได้ ด้านครูต้องปรับปรุงข้อคำถามสะท้อนคิดเพื่อให้ผู้เรียนเสนอแนวทางการ ปรับปรุงตนเองครอบคลุมทุกมิติของทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง หลังจากนั้นนำปัญหาที่พบไปปรับปรุงพัฒนา ด้วยการวางแผนและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ฝึกตั้งคำถามสะท้อนคิดและดำเนินกิจกรรมที่ผู้เรียนได้เสนอแนวทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเองในชั้นเรียน ซึ่งผลการจัดการเรียนรู้ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ในการนำตนเองครบทุกมิติ ทั้งการจัดการตนเอง การประเมินตรวจสอบตนเอง และการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง ผลการสะท้อนการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเองโดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ครูเกิดสมรรถนะในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และสามารถจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง สามารถประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เป็นแนวทางในการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ เพื่อสร้างความก้าวหน้าทางวิชาชีพของตนเองได้ในอนาคต
Description: ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา</description>
      <pubDate>Thu, 02 Feb 2569 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1168</guid>
      <dc:date>2569-02-02T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>มาตรการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุชุมชนตลิ่งงาม  อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1167</link>
      <description>Title: มาตรการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุชุมชนตลิ่งงาม  อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Authors: ดนิตา เพ็ชรรัตน์
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ 2) วิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ และ 3) เสนอแนะมาตราการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ชุมชนตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ศึกษาใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 วิธีหลัก ได้แก่ การศึกษาเอกสาร จากหนังสือ ตำรา บทความวิชาการ งานวิจัย และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และใช้วิธีเรียบเรียงแบบพรรณนาความเพื่อให้ได้มาตราการทางกฎหมายในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ&#xD;
	ผลการศึกษาพบว่า 1) ชุมชนตลิ่งงามเป็นชุมชนชายฝั่งทะเลที่มีประชากรผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 16.23 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพปัญหาหลักในการรับบริการสุขภาพของผู้สูงอายุประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ (1) การเข้าถึงบริการสุขภาพที่เกิดจากข้อจำกัดด้านการคมนาคมและระยะทาง รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากร (2) ระบบการให้บริการที่ขาดการบูรณาการและประสานงานระหว่างหน่วยงาน (3) การจัดบริการที่ขาดความหลากหลายและครอบคลุม (4) คุณภาพการให้บริการที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และ (5) การรับรู้สิทธิและการเข้าถึงบริการตามกฎหมายของผู้สูงอายุ 2) กรอบกฎหมายระดับชาติมีความครอบคลุมในเชิงหลักการ แต่ยังมีช่องว่างที่สำคัญในการบังคับใช้และการตอบสนองต่อปัญหาเฉพาะของพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาตรการและกฎหมายไปปฏิบัติยังไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งงามยังไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มศักยภาพ และข้อบัญญัติท้องถิ่นยังขาดความครอบคลุมและกลไกการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ และ  3) จากการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและช่องว่างทางกฎหมาย ผู้วิจัยได้พัฒนามาตรการทางกฎหมายที่ครอบคลุม สอดคล้องกับปัญหาเฉพาะของพื้นที่เกาะ 4 ประเด็นหลัก คือ (1) มาตรการด้านการปรับปรุงข้อบัญญัติท้องถิ่นสำหรับการให้บริการสุขภาพผู้สูงอายุ (2) มาตรการด้านการปรับปรุงการเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ (3) มาตรการด้านการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้สูงอายุ และ (4) มาตรการด้านการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ยังมีข้อเสนอแนะในการให้องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งงามดำเนินการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องมาตรฐานการให้บริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการให้บริการ และจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุในระดับนโยบาย
Description: บทความวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาโท แผน ข หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนากระบวนการยุติธรรม</description>
      <pubDate>Sun, 22 Jan 2569 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1167</guid>
      <dc:date>2569-01-22T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ความภาคภูมิใจในตนเองของนักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่มีความบกพร่องทางการเห็น</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1165</link>
      <description>Title: ความภาคภูมิใจในตนเองของนักศึกษาปัจจุบัน และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่มีความบกพร่องทางการเห็น
Authors: พงษ์ธิศักดิ์ ชอบทำกิจ; อนุชิต พงศ์พรหม; พรทิพย์ ถือทอง
Abstract: -
Description: รายงานการวิจัยบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</description>
      <pubDate>Thu, 19 Jan 2569 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1165</guid>
      <dc:date>2569-01-19T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่</title>
      <link>http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1164</link>
      <description>Title: แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่
Authors: หร่อเอน ตำหล๊ะ
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการ บริหารพัสดุภาครัฐ 2) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการการบริหารพัสดุ ภาครัฐ และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐตาม หลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ใช้รูปแบบการวิจัย แบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่ อาศัยอยู่ในเขตตำบลอ่าวลึกน้อย จำนวน 378 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยวิธีเจาะจงจากคณะ ผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และตัวแทนภาคประชาชน จำนวน 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า 1) การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐ ในภาพรวม อยู่ในระดับ&#xD;
ปานกลาง เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านหลักความคุ้มค่า ด้านหลักคุณธรรม ด้านหลักความ รับผิดชอบ ด้านหลักการมีส่วนร่วม ด้านหลักความโปร่งใส และด้านหลักนิติธรรม 2) ปัญหาและอุปสรรคการมี ส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการการบริหารพัสดุภาครัฐ คือ ปัญหาการขาดความรู้ ความเข้าใจและข้อมูล เกี่ยวกับการบริหารพัสดุ ปัญหาด้านการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูล และขาดความต่อเนื่องของกลไกการมีส่วน ร่วม 3) แนวทางการพัฒนา การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการบริหารพัสดุภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล คือ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกน้อยควรจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการที่อธิบายขั้นตอนการบริหาร พัสดุภาครัฐ สิทธิและหน้าที่ของประชาชน รวมถึงวิธีการตรวจสอบและร้องเรียนให้มีรูปแบบที่เข้าใจง่าย ใช้ภาษาท้องถิ่น และจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพิ่มช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลและวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม ปรับปรุงระบบการเผยแพร่ข้อมูล เช่น ใช้เสียงตามสายในชุมชน วิทยุชุมชน กลุ่มไลน์ และสร้างแรงจูงใจและแรง ขับเคลื่อนภายในชุมชน โดยควรมีการยกย่องหรือให้รางวัลแก่บุคคลหรือชุมชนที่มีบทบาทในการมีส่วนร่วม
Description: การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี</description>
      <pubDate>Fri, 13 Jan 2569 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://ir.sru.ac.th/handle/123456789/1164</guid>
      <dc:date>2569-01-13T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

